www.pojjaman.com

หัวใจของฝ่าย จัดซื้อ จัดหา ที่ทุกองค์กรต้องรู้ – เจาะลึกถึงแก่นและกลยุทธ์ “จัดซื้อ” และเทคนิคการเป็นนักจัดซื้อที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด : 81,992


การจัดซื้อ จัดหา หรือที่รู้จักกันในชื่อของ จัดหา (Procurement)

เป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างองค์กรต่างๆในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) หรือประสานงานระหว่างองค์กรและผู้ขาย  ซึ่งหลายคนอาจคิดว่างานจัดซื้อจัดหาเป็นงานที่ง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อนเท่าไหร่ แค่ติดต่อผู้ขายหรือซัพพลายเออร์ให้เสนอราคา และส่งสินค้าให้ตามที่เรากำหนดไว้ ซึ่งการจัดซื้อจัดหาถือว่าเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมากต่อบริษัทหรือองค์กร เนื่องจากมีผลต่อความสำเร็จ ซึ่งจะต้องมีความความต้องการในวัตถุดิบที่เพียงพอในราคาที่เหมาะสม คุ้มค่า  มีคุณภาพตามที่ต้องการ ในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งองค์กรต้องมีหลักบริหารจัดการและสร้างพันธมิตรกับผู้ขายหรือซัพพลายเออร์เพื่อมุ่งเน้นผลประโยชน์ร่วมกัน

หน้าที่ของงาน จัดซื้อ

คือ การจัดหาสินค้าและวัตถุดิบให้ได้คุณภาพตามที่ต้องการใช้ในการดำเนินงาน ในราคาที่เหมาะสม ยุติธรรม และคุ้มค่าที่สุด ตลอดจนการสรรหาผู้ขายที่ดี มีประสิทธิภาพ และความสามารถในการจัดส่งสินค้าให้ได้ตามตรงตามความต้องการ และมีบริการที่ดี ปรึกษากับผู้ขาย หรือซัพพลายเออร์ เพื่อที่จะหาวิธีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

หัวใจของงาน จัดซื้อ

ปัจจัยที่เป็นหัวใจของงานจัดซื้อจัดขายมีอยู่ด้วยกัน 7 ประการ หรือเรียกว่า 7 R’s ดังนี้

1. ซื้อให้ได้ตามคุณภาพที่ต้องการ (Right Quality)

หมายถึง คุณสมบัติที่กำหนดขึ้นของหน่วยงานหรือองค์กร หรือคุณภาพของสินค้าหรือวัตถุดิบที่จะใช้งานตามที่ต้องการ ฝ่ายจัดซื้อจัดหาก็มีส่วนที่จะช่วยในการกำหนดคุณสมบัติของสินค้า หรือวัตถุดิบที่ต้องการด้วย เพื่อให้สามารถจัดหาของที่ดี ตรงตามวัตถุประสงค์การนำไปใช้ และซื้อของที่มีคุณภาพ

2. ซื้อให้ได้ในปริมาณหรือจำนวน ตามที่ต้องการ  (Right Quantity)

หมายถึง จำนวนสิ่งของหรือวัตถุดิบที่หน่วยงาน หรือองค์กรต้องการใช้ เพื่อลดปัญหา และลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในขั้นตอนของการสั่งซื้อ หรือการจัดส่งที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ซึ่งฝ่ายจัดซื้อจัดหาจะต้องวางแผนการสั่งซื้อ หรือทำการพยากรณ์ความต้องการใช้ทั้งหมด โดยดูจากข้อมูลในอดีต และประวัติการสั่งซื้อครั้งก่อนเป็นตัวช่วย และควรตรวจสอบคลังสินค้ามีปริมาณจัดเก็บที่เพียงพอหรือไม่?  ไม่ควรสั่งสินค้ามาเก็บไว้ในคลังสินค้ามากเกินไป เพราะอาจจะทำให้สินค้าหรือวัตถุดิบเสื่อมคุณภาพไปได้

3. ส่งสินค้าให้ได้ในเวลาที่ต้องการ (Right Time)

หมายถึง การกำหนดเวลาในการจัดส่งสินค้าหรือวัตถุดิบ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก หากมีการจัดส่งสินค้าหรือวัตถุดิบช้ากว่าที่กำหนดอาจส่งผลกระทบให้กระบวนการผลิตหรือหน่วยงานที่จะต้องใช้สินค้าหรือวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องจะต้องหยุดชะงัก หรือต้องพักไว้ก่อน  ซึ่งฝ่ายจัดซื้อจัดหาจำเป็นที่จะต้องระบุวัน เวลาในการจัดส่งสินค้าอย่างชัดเจน

4. การซื้อสินค้าได้ในราคาที่ยุติธรรม (Right Price)

หมายถึง การซื้อของให้ได้ในราคาถูก ซึ่งเป็นเพียงปัจจัยเบื้องต้นเท่านั้น แต่จะต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างคุณภาพ ความคุมค่า และลักษณะที่จะต้องนำไปใช้งาน ราที่ดีไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุด แต่เป็นราคาที่ยุติธรรมที่สุด เหมาะสมกับคุณภาพ ผู้ขายมีกำไร ผู้ซื้อได้ประโยชน์จากสินค้าหรือวัตถุดิบนั้น

5. ส่งสินค้าได้ตามสถานที่ที่กำหนด (Right Place)

หมายถึง การสั่งซื้อสินค้านอกจากจะต้องกำหนดวัน-เวลาในการส่งอย่างชัดเจนแล้ว ยังต้องกำหนดสถานที่ในการจัดส่งสินค้าให้ถูกต้องด้วย เพราะบางทีผู้ซื้อกับผู้ขายอยู่ในพื้นที่คนละแห่งกัน หรือสำนักงานกับหน่วยงานที่ต้องการใช้สินค้าหรือวัตถุดิบอยู่คนละแห่งกัน เพื่อลดปัญหาการจัดส่งที่ผิดพลาด ดังนั้นฝ่ายจัดซื้อจัดหาจะต้องระบุสถานที่แน่นอนและชัดเจน

6. ซื้อสินค้าจากแหล่งขายหรือผู้ขายที่เชื่อถือได้ (Right Source)

หมายถึง การตรวจสอบ หรือหาข้อมูลของผู้ขายมาศึกษาเพื่อพิจารณาความน่าเชื่อถือ โดยดูจากประวัติการซื้อขาย จากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคม หรือชมรมต่างๆ เพื่อดูความมั่นคงในการดำเนินการของผู้ขาย ซึ่งผู้ขายที่ดีมีความน่าเชื่อถือนั้นจะต้องสามารถส่งสินค้าหรือวัตถุดิบให้ได้ตามที่กำหนด ทั้งคุณภาพของสินค้า การจัดส่งในปริมาณที่ถูกต้อง รวดเร็ว ในสถานที่ที่ถูกต้อง มีการดูแล และรับประกันสินค้า แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการจัดซื้อได้อย่างดี

7. คุณภาพการบริการเป็นที่น่าเชื่อถือ (Right Service)

หมายถึง การบริการของผู้ขายที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ตรงตามที่กำหนด หรือเกินความคาดหวัง เพื่อให้เกิดความพึงพอใจจากการซื้อ หรือใช้สินค้าหรือวัตถุดิบนั้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันการใช้งานที่มีระยะยาวนาน บริการหลังการขาย การจัดส่งสินค้าได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง หรือการรับเปลี่ยนสินค้าแบบไม่มีค่าบริการ เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสในการขาย และการเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน

โปรแกรมบริหารงานก่อสร้าง "พจมาน 2" กับ ฝ่าย จัดซื้อ (Purchase)

พจมาน 2 จะช่วยเรื่อง ฐานข้อมูล และประวัติราคาวัสดุก่อสร้าง บริหารความสัมพันธ์ Supplier อย่างเป็นระบบ มีระบบฐานข้อมูลวัสดุก่อสร้าง (Material Database) ซึ่งรวบรวมข้อมูลวัสดุก่อสร้างทุกประเภท พร้อมระบบการจัดหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายในการจัดการข้อมูลวัสดุ อีกทั้งยังสามารถเก็บประวัติการจัดซื้ออย่างครบถ้วน (Procurement History) พร้อมมีตัวช่วยแนะนำราคาจากข้อมูลว่ามีค่าสูงสุด-ต่ำสุด หรือค่าเฉลี่ยเท่าใด ซึ่งฝ่ายจัดซื้อสามารถนำไปใช้ในการเจรจาด้านราคาในการสั่งซื้อ นอกจากนี้ยังมีส่วนเก็บราคาที่ได้จาก Quotation ของ Supplier ต่างๆก่อนการจัดซื้ออีกด้วย

วีดีโอสัมภาษณ์ ฝ่ายจัดซื้อ บริษัท บุเรงฤทธ จำกัด

“ช่วยลดขั้นตอนในการซื้อของ-รับของ สามารถนำข้อมูลเก่ากลับมาทำใหม่ได้”

โปรแกรมบริหารงานก่อสร้าง พจมาน 2 สามารถตอบโจทย์ทุกฝ่ายในองค์กรในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้เป็นอย่างดี เพราะเราออกแบบมาสำหรับธุรกิจก่อสร้างโดยเฉพาะ จึงเข้าใจระบบการทำงานและการบริหารงานอย่างถ่องแท้ ที่สำคัญไม่ได้ใช้เฉพาะรับเหมาก่อสร้างเท่านั้น เพราะเรามีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายเลือกใช้โปรแกรม พจมาน 2 ในการบริหารงานและควบคุมต้นทุน อาทิ งานตกแต่งภายใน งานระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบปรับอากาศ งานรีโนเวท เป็นต้น  พี่ๆสามารถดูบทความเกี่ยวกับ ความสำเร็จของลูกค้าที่เลือกใช้ ” พจมาน 2 “  และเราพัฒนาโปรแกรมอยู่ตลอดเพื่อตอบสนองการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Tags
builk cloud Cloud ERP ERP ERP Cloud ERPก่อสร้าง ERP ก่อสร้าง ERP คืออะไร pojjaman pojjaman2 pojjaman erp Real time ก่อสร้าง ควบคุมต้นทุน ควบคุมต้นทุนการก่อสร้าง จัดซื้อ ธุรกิจรับเหมา ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด บัญชีก่อสร้าง ผู้รับเหมา พจมาน พจมาน 2 พจมาน2 ระบบcloud ระบบ Cost Control ระบบ ERP ระบบบัญชีก่อสร้าง ระบบบัญชีงานก่อสร้าง ระบบบัญชีรับเหมาก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้าง เทคโนโลยี โครงการก่อสร้าง โปรแกรม ERP โปรแกรมERP โปรแกรม ERP ก่อสร้าง โปรแกรมERPสำเร็จรูป โปรแกรมก่อสร้าง โปรแกรมบริหารงานก่อสร้าง โปรแกรมบัญชีก่อสร้าง โปรแกรมบัญชีงานก่อสร้าง โปรแกรมบัญชีรับเหมา โปรแกรมบัญชีรับเหมาก่อสร้าง โปรแกรมพจมาน โปรแกรมพจมาน2
X