ธุรกิจที่ขาดระบบ ขยันเท่าไหร่ก็ไม่โต
การไม่มีระบบการวางแผนทรัพยากรในองค์กร อาจนำไปสู่ความไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและมีโอกาสเป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงในธุรกิจได้ หากองค์กรของคุณยังไม่มีระบบโปรแกรมบริหารงาน ที่สามารถดำเนินงานแบบรวมศูนย์ได้ มักจะเกิดการติดขัดของการทำงาน และเสียเวลาในการทำงานโดยใช่เหตุ เช่น การรอเอกสาร ไม่ว่าจะรออนุมัติ หรือรอเอกสารจากทีมอื่น
การรับรู้ Progress อยู่จุดไหน ควรตามงานที่ใคร และดำเนินการถึงขั้นไหนแล้วหรือแม้กระทั่ง การสรุปข้อมูลรายงานที่ดึงมาอาจจะไม่ตรงกับเวลา Real-Time จริงๆ เพราะยังไม่ได้ Update สิ่งเล็กน้อยที่กล่าวมาข้างต้น ถึงจะดูเป็นปัญหาปกติขององค์กร แต่หากมองเป็นมุมต้นทุนของการทำงานแล้วล่ะก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะฉะนั้น การที่มีโปรแกรมบริหารงาน ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องให้ความใส่ใจ
ระบบบริหารงาน ERP สามารถช่วยให้การทำงานภายในองค์กรรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น บัญชีการเงิน รวมไปถึงการยื่นภาษี การจัดซื้อ จัดจ้าง คลังสินค้า Stock ต่างๆ จัดการรายงานภาพรวมทั้งหมดของโครงการ
ประโยชน์ของ โปรแกรมบริหาร ERP
หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญของ ระบบ ERP สำหรับ บัญชี และการจัดการทางการเงิน คือการเข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ โดยการเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ ส่งผลให้การรายงานแดชบอร์ดของ ระบบ ERP ช่วยให้ผู้บริหารด้านการเงินสามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่มี ได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นการติดตามกระแสเงินสด การวิเคราะห์กำไร หรือการคาดการณ์สภาพคล่องทางการเงิน ระบบ ERP สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็น และเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้วางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีคุณภาพ
ควบคุมการเงินอย่างโปร่งใสด้วย ระบบ ERP
มุมมองในเรื่องการเงินและบัญชี
ระบบ ERP เป็นโปรแกรมครอบคลุมทางการเงิน เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณจัดการการเงินได้อย่างแม่นยำ
ไม่ว่าจะเป็นบัญชีลูกหนี้ (AR) บัญชีเจ้าหนี้ (AP) รายรับ รายจ่าย ต่างๆ ระบบ ERP สามารถเก็บข้อมูลทางการเงินทั้งหมดในองค์กร ช่วยให้คุณสามารถเปรียบเทียบและวิเคราะห์ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงการกระทบยอด และจัดการยื่นภาษีอีกด้วย
การทำงานรวมศูนย์
หากไม่มีระบบ ERP การทำงานของแต่ละแผนกมักจะใช้โปรแกรมแยก ซึ่งหน้าตาของแต่ละโปรแกรมอาจจะไม่สามารถ Connect เข้าหากันได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเป็นเหตุให้ผู้บริหารมองภาพรวมได้ยาก
การไม่มีระบบที่เป็นหนึ่งเดียวนอกจากจะบดบังการมองเห็นของ Process การทำงานแล้ว ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการทุจริตหรือการโจรกรรมข้อมูลได้อีกด้วย
หากมีระบบ ERP สามารถลดความเสี่ยงปัญหาเหล่านี้ลงได้ ยกตัวอย่างเช่น ระบบสามารถจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงได้ เช่นจำกัดแผนก A ไม่สามารถเห็นข้อมูล แผนก B และทุกกิจกรรมของการทำงาน มีประวัติขึ้นโชว์เสมอ นอกจากนี้ การอนุมัติอกสารสามารถตั้งค่าให้ผู้มีอำนาจที่แท้จริงลงนามได้แต่เพียงผู้เดียว ลดความเสี่ยงเพิ่มความโปร่งใส ใช้ระบบบริหารงานอย่างถูกต้อง
ภาพรวมสินค้าคงคลัง
หากไม่มีระบบ ERP การติดตามสินค้าคงคลังจะกลายเป็นงานที่ต้องทำด้วยตนเอง และมีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ซึ่งนำไปสู่การจัดซื้อที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะซื้อเกินความจำเป็น ทำให้ต้นทุนบานปลาย หรือมีสต็อกไม่เพียงพอ ปิดโอกาสในการทำรายได้ให้กับองค์กร
รายงานข้อมูลที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการขาดการมองเห็นแบบ Real-Time อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของโครงการได้ สินค้าถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญสำหรับการจัดการธุรกิจ เพราะหากเกิดปัญหาความล่าช้าเพราะสินค้าคงคลังที่ไม่พอดีกับงานโครงการแล้ว จะทำให้เกิดปัจจัยต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรค่าแรง บวกกับระยะเวลาในการรอสินค้า ล้วนแต่จะส่งผลเสียและความไม่พอใจให้แก่ลูกค้า เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของภาพรวมธุรกิจ ระบบ ERP สามารถช่วยในเรื่องของคงคลังได้เป็นอย่างดี มีการแจ้งเตือนเมื่อของในคลังใกล้หมด และสามารถบอกรายงานต้นทุนของแต่ละโครงการได้อย่างชัดเจน ต้นทุนที่เสียไป และรายได้ของโครงการ ทำให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นความเสี่ยงของแต่ละโครงการได้ และสามารถอุดรอยรั่วที่ต้นเหตุได้อย่างทันท่วงที
ใช้ระบบ ERP เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจ
การไม่มีระบบในการทำงาน นอกจากจะเป็นการทำงานที่มีความล่าช้าแล้ว ยังสามารถส่งผลกระทบความเสี่ยงกับปัจจัยอื่นๆได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ผิดพลาด การทำงานที่ซ้ำซ้อน ความไร้ประสิทธิภาพเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในแต่ละวันของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว และความสามารถในการแข่งขันของตลาดอีกด้วย
การนำระบบ ERP มาใช้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสำหรับธุรกิจ ในการพัฒนาการทำงาน และวางกลยุทธ์ของการเติบโตธุรกิจให้มีความแข็งแรงตั้งแต่รากฐานระบบหลังบ้าน เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จที่มั่นคงและยั่งยืน
องค์กรที่ใช้ ระบบ ERP สำหรับการบัญชี และการจัดการทางการเงินจะมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพราะนอกจากสามารถจัดการการเงินและเอกสารทางบัญชีได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ระบบยังช่วยจัดการ การทำงานที่เป็นระบบและระเบียบได้มากขึ้น สิ่งที่ ERP เข้ามามีบทบาทในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของผู้บริหารระดับสูง หรือการทำงาน Routine ของพนักงาน ล้วนแต่มีผลดีที่ทำให้แนวโน้มของบริษัทเติบโตขึ้นไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิม